SONGKHLA FOOTBALL CLUB

“โค้ชโดนัท”คว้าไลเซนซ์สูงสุดของทวีปเอเชีย

759

Thumbnail

ก่อนอื่นทางสโมสรสงขลาเอฟซี ต้องขอแสดงความยินดีกับ “โค้ชโดนัท” อัคถภรณ์ ชลิตาภรณ์ ที่เพิ่งคว้าไลเซนส์สูงสุดของทวีปเอเชียอย่างโปรไลเซนส์ มาหมาดๆ พร้อมได้ใบอนุญาต โปรไลเซนส์ อันเป็นไลเซนต์สูงสุดของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการสู้ศึกไทยลีก 3 ในฤดูกาลที่จะถึงนี้

ย้อนกลับไปตรงจุดเริ่มต้นของการเป็นโค้ช ของ “โค้ชโดนัท” อัคถภรณ์ ชลิตาภรณ์ ที่หลายๆคนรู้จัก โดยแรกเริ่ม เขาได้โอกาสจากทางสมาคม เป็น 1 ใน 2 โค้ชรุ่นใหม่ ตัวแทนประเทศไทย 2 คนไปอบรมหลักสูตร ซีไลเซนส์ ที่ประเทศมาเลเซีย และเมื่อจบหลักสูตรนั้นเขาก็ยังไม่ได้เป็นโค้ชแบบเต็มตัว แค่ได้เป็นผู้ช่วยโค้ชสอนเด็กๆบ้าง จากนั้นก็ตัดสินใจเดินทางไปอยู่ประเทศอังกฤษและได้เข้าอบรมในหลักสูตร International ไลเซนส์ที่นั่น ก่อนจะกลับมาประเทศไทยและได้มาเป็นโค้ชให้กับสโมสร บางกอกล๊าซ หรือ BG  ในปัจจุบัน ต่อมาทางสโมสรก็ได้ส่งไปเรียนเพิ่มเติมในหลังสูตร บีไลเซนส์ และ เอไลเซนส์ ก่อนจะมาอยู่กับสโมสรสงขลาเอฟซีและได้ โปรไลเซนส์ในที่สุด

หลังจากถามถึงความประทับใจในอาชีพนี้ โค้ชก็เล่าว่า มีจุดหนึ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนทำให้เขารู้สึกรักในอาชีพนี้ก็คือ เมื่อตอน “โค้ชโดนัท” เรียนซีไลเซนส์อยู่ที่ประเทศมาเลเซีย มีวิทยากรอบรมได้ถามเหตุผลว่า ทำไมถึงมาเรียน เขาจึงตอบไปว่า เขาเองเป็นนักฟุตบอล มีใจรักในฟุตบอล ถ้าวันนึงเลิกเล่นฟุตบอลแล้ว เขาก็อยากจะกลับมาเป็นโค้ช จนมาถึงวันที่สอบเพื่อจบหลักสูตร มีเด็กๆนักฟุตบอลชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นเด็กๆในทีมที่ทางซีไลเซนส์เคยใช้เป็นโจทย์ เพื่อสอบ Final พวกเขามารอ โค้ชโดนัท และบอกกับโค้ชว่า “เมื่อไหร่โค้ชจะสอน พวกเรารอเรียนกับโค้ชอยู่” คำพูดของเด็กๆเหล่านั้นทำให้เขาประทับใจ และจุดประกายความเป็นโค้ชของเขาอย่างจริงจัง

เป้าหมายสูงสุดของ “โค้ชโดนัท” บนเส้นทางอาชีพโค้ชที่เชื่อว่า เป้าหมายนี้ก็คงเป็นความฝันของโค้ชหลายๆคนในประเทศเช่นกัน นั่นก็คือ เขาอยากมีโอกาสได้ทำหน้าที่โค้ชทีมชาติสักครั้งในชีวิต คงเป็นความสำเร็จสูงสุดของเขาแล้ว

ความรู้สึกหลังจากเป็นโค้ชระดับ โปรไลเซนส์ 100% เป็นเครื่องการันตีในอาชีพของเขา ทำให้เขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เขาใช้เวลาปีครึ่งในการเรียนหลักสูตรโปรไลเซนส์ ตลอดระยะเวลาการเรียนรู้โปรไลเซนส์ ภายในหลักสูตรจะแบ่งเป็นหลายๆ Module ในแต่ละ Module ก็จะมีทั้งความยาก ง่าย ต่างกัน และยากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ได้ผ่านกันง่ายๆ แต่เมื่อทางสมาคมประกาศรายชื่อออกมาแล้วพบว่ามีชื่อของตนอยู่ในนั้น ทำให้เขาภาคภูมิใจกับสิ่งที่ได้มามากๆ เพราะส่วนที่ยากที่สุด คือ Module สุดท้าย ที่เป็นการสอบ Final แบบการทำเกมส์จริงๆในการทำทีมอาชีพจริงๆ เขาต้องแก้ไขสถานการณ์ ต้องวางแผนระบบการเล่น วิเคราะห์และหาวิธีการรับมือกับคู่ต่อสู้เพื่อเอาชนะให้ได้  ต้องใช้เวลาเตรียมตัวเป็นอาทิตย์ ทั้งเครียดและกดดัน แต่สุดท้ายก้ผ่านมาได้และทำสำเร็จ

โค้ชโดนัทได้กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่อยู่ระหว่างการเรียนโปรไลเซนส์ คือเวลาเดียวกันกับที่ทำทีมสงขลาเอฟซีไปด้วย ผมก็ได้นำความรู้ และเทคนิคต่างๆมาปรับใช้กับทีมสงขลาเอฟซีอยู่เรื่อยๆ แล้วสุดท้าย เมื่อผมสอบโปรไลเซนส์สำเร็จ จบหลักสูตรอย่างเป็นทางการ มันทำให้ได้รู้อะไรหลายๆอย่างเพิ่มมากขึ้น และทุกหลักสูตรที่ผ่านมา ไม่ว่าจะ ซี บี เอ ไลน์เซนส์ หรือแม้กระทั่งโปรไลเซนส์  ทั้งหมดนี้ผมก็จะนำมาปรับใช้ให้เข้ากับทีมสงขลา ให้เข้ากับปรัชญาของทีม แนวทางของทีมอย่างแน่นอน”

สุดท้ายนี้ โค้ชโดนัท ก็ได้ฝากถึงคนที่แนวทาง หรือความสนใจที่จะเป็นโค้ชไว้ว่า “อย่างแรกเลย คุณต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า เราอยากมาเป็นโค้ชเพื่ออะไร บางคนอยากมาเป็นโค้ชเพราะอยากได้เงิน คุณก็จะเป็นแค่คนคนหนึ่งที่ทำอาชีพโค้ชเพื่อเงิน แต่ถ้าคุณอยากเป็นโค้ชเพราะอยากเป็นคนสร้างเยาวชน สร้างผู้เล่นให้กับทีม สร้างนักเตะเก่งๆให้กับสโมสรหรือมาประดับทีมชาติ แสดงว่าเขาได้ต้นทุนคือความตั้งใจมาหนึ่งอย่างแล้ว และหลังจากนั้นก็ต้องฝึกตัวเองโดยการลงมือทำลงมือสอนคน อาจจะเป็นเด็กคนหนึ่ง แล้วเฝ้าดูพัฒนาการของเขา ว่ามีการพัฒนาหรือไม่ และไม่ว่าผลจะเป็นยังไงก็อย่าเพิ่งท้อ หากคุณตั้งใจจริง จงพัฒนาการสอนและเรียนรู้ต่อไปจนกว่าจะสำเร็จ อย่างที่ผมเคยบอกไปว่า หากคุณมาทำเพียงเพราะเงิน นั่นเท่ากับกว่าความคิดของคุณจะฆ่าเด็กๆที่คุณสอน ฆ่าตัวคุณเองทางอ้อม”

สิ่งที่โค้ชได้กล่าวมาทั้งหมดนี้คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า การเป็นโค้ชมืออาชีพ และ คนที่ทำอาชีพโค้ช มันต่างกันยังไง .. “โค้ชโดนัท” อัคถภรณ์ ชลิตาภรณ์