SONGKHLA FOOTBALL CLUB

กติกาใหม่ FIFA กฏและกติกาฟุตบอลที่เปลี่ยนไป (Laws of the Game)

113

Thumbnail

โดยกฎและกติกาฟุตบอลที่เปลี่ยนไป มีดังต่อไปนี้

กติกาข้อที่ 3 : ผู้เล่น

– การเปลี่ยนตัวออกจากสนาม ผู้เล่นต้องออกจากสนาม ด้วยการเดินออกจากสนาม ในฝั่งที่ใกล้ที่สุด ไม่จำเป็นต้องเดินมาเปลี่ยนตัว ณ เส้นกึ่งกลางสนาม บริเวณจุดยืนของผู้ตัดสินที่ 4

หากผู้เล่นปฏิเสธจะออกจากสนาม ให้ดำเนินการแข่งขันต่อไปทันที

กติกาข้อที่ 4 : อุปกรณ์ของผู้เล่น

– ผู้เล่นที่ใส่เสื้อด้านใน ต้องใส่เสื้อสีเดียว กับเสื้อเเข่งขันเท่านั้น

กติกาข้อที่ 5 : ผู้ตัดสิน

– ผู้ตัดสินไม่สามารถเปลี่ยนคำตัดสินได้ ในกรณีที่การแข่งขัน กลับมาแข่งขันต่อ หลังมีการตัดสินไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ผู้ตัดสินสามารถเปลี่ยนคำตัดสินได้ หากเกมยังไม่กลับมาดำเนินต่อ หรือหากผู้ตัดสินได้ใช้เทคโนโลยี รีวิวเหตุการณ์การแข่งขัน ก็สามารถเปลี่ยนคำตัดสินได้

– หากมีการเล่นนอกเกม จนเป็นเหตุให้ต้องแจกใบเหลืองหรือใบแดง แต่ผู้ตัดสินที่ 1 ไม่เห็นเหตุการณ์ สามารถเป่าหยุดเกมในภายหลัง เพื่อย้อนมาให้โทษแก่ผู้เล่นได้

– หากมีการแสดงพฤติกรรมไม่เคารพต่อผู้ตัดสิน ผู้ตัดสินสามารถกล่าวตักเตือน, ให้ใบเหลือง และใบแดง ได้ในทันที รวมไปถึงผู้เล่นและทีมงานสตาฟฟ์โค้ช ในบริเวณเขตเทคนิคทุกคน

ในกรณีที่ไม่สามารถระบุตัวตน ผู้กระทำผิดได้ว่าเป็นใคร หัวหน้าผู้ฝึกสอน ในเขตเทคนิค จะต้องรับโทษแทน

– หากผู้เล่นถูกทำฟาวล์ ในเขตโทษ และต้องการเป็นผู้ยิงจุดโทษ ด้วยตัวเอง แต่ได้รับบาดเจ็บ จนต้องรับการปฐมพยาบาล สามารถปฐมพยาบาลได้ในสนาม โดยไม่ต้องออกนอกสนามแต่อย่างใด

ส่วนเกมการแข่งขันจะกลับมาดำเนินต่ออีกครั้ง เมื่อการปฐมพยาบาลเสร็จสิ้น เพื่อสร้างความเป็นธรรม ให้กับผู้เล่นที่ถูกทำฟาวล์

 

กติกาข้อ 7: ระยะเวลาของการแข่งขัน

– กำหนดเวลาพักที่ชัดเจน ระหว่าง “Drinks Breaks” และ “Cooling Breaks”

โดย drinks breaks มีเวลาพักไม่เกิน 1 นาที ส่วน cooling breaks มีเวลาพัก 90 วินาที – 3 นาที

กติกาข้อ 8: การเริ่มการแข่งขัน และการเริ่มเล่นใหม่

– ทีมที่ชนะการเสี่ยงถ่ายเหรียญก่อนเริ่มเกม สามารถเลือกได้ว่า จะเลือกเป็นฝ่ายเขี่ยลูกก่อน หรือเป็นฝ่ายเลือกแดน

– ผู้เล่นสามารถสัมผัสบอลได้เพียงครั้งเดียวในการเขี่ยบอล หากเขี่ยบอลพลาด และต้องเตะบอลซ้ำ จะเสียฟรีคิก ให้ฝ่ายตรงข้าม

– หากมีการดร็อปบอล ในกรอบเขตโทษ ผู้รักษาประตูต้องเป็นคนเตะบอลเริ่มเกมอีกครั้งเท่านั้น

สำหรับการดร็อปบอลนอกกรอบเขตโทษ ทีมของผู้เล่น ที่สัมผัสคนสุดท้าย จะได้เตะลูกเริ่มเกมต่อ โดยทีมฝ่ายตรงข้าม ต้องอยู่ห่างออกไป 4 เมตร หรือ 4.5 หลา

กติกาข้อ 9 : ลูกบอลอยู่ในและนอกการแข่งขัน

– หากลูกฟุตบอลสัมผัสโดนตัวผู้ตัดสิน และบอลอยู่ในสนาม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเล่นของทีมบุก, บอลเปลี่ยนทางเข้าประตู หรือทีมสูญเสียการครองบอล ให้ถือว่าบอลนั้น เป็นบอลตาย และเริ่มเกมใหม่อีกครั้ง ด้วยการดร็อปบอล

หากบอลสัมผัสโดนตัวผู้ตัดสิน แล้วไปชนเสา, ชนคาน หรือธงเตะมุม ให้ถือว่าเกมยังดำเนินต่อไป

กติกาข้อ 10 : การพิจารณาผลการแข่งขัน

– ถ้าผู้รักษาประตูขว้างบอล เข้าสู่ประตูของฝ่ายตรงข้ามโดยตรง ไม่ถือว่าเป็นประตู และให้เริ่มเกมใหม่ ด้วยการเตะลูกตั้งเตะแทน

กติกาข้อ 12: การเล่นที่ผิดกติกาและประพฤติผิด

– หากมือหรือแขนของผู้เล่นฝ่ายรุก โดนบอลในกรอบเขตโทษ ให้ถือว่าเป็นแฮนด์บอลทุกกรณี โดยไม่พิจารณาว่าเจตนาหรือไม่

หากบอลที่โดนมือหรือแขนเข้าประตู หรือนำไปสู่การได้ประตู ให้ถือว่าไม่เป็นประตู

– หากผู้รักษาประตูใช้มือครอบครองลูกบอล โดยไม่ได้รับอนุญาต ในกรอบเขตโทษของตัวเอง เช่น ใช้มือรับบอล เมื่อเพื่อนร่วมทีมส่งคืนหลัง, เพื่อนร่วมทีมทุ่มบอลคืนให้ หรือปล่อยบอลสู่พื้น แล้วจับลูกบอลอีกครั้งหนึ่ง

จะเสียฟรีคิกให้ฝ่ายตรงข้าม แต่ไม่ถูกคาดโทษจากผู้ตัดสิน

– ในกรณีที่เพื่อนร่วมทีมทุ่มบอลคืนให้ หรือเพื่อนร่วมทีมส่งบอลคืนหลังให้ผู้รักษาประตู และผู้รักษาประตูใช้มือหรือแขนเล่นบอล ทั้งที่สามารถใช้เท้าเล่นบอลได้ จะเสียฟรีคิกให้ทีมฝ่ายตรงข้าม

– หากผู้เล่นหรือทีมสตาฟฟ์ ถูกไล่ออกก่อนการแข่งขันเริ่มต้น ผู้ตัดสินมีสิทธิ์ห้ามไม่ให้ผู้เล่นหรือทีมสตาฟฟ์ มีส่วนกับเกมการแข่งขัน

– หากผู้ตัดสิน ตัดสินใจแจกใบเหลืองหรือใบแดง การแข่งขันจะไม่สามารถกลับมาเริ่มได้อีกครั้งจนกว่า ผู้ตัดสินจะทำการจดชื่อเสร็จ

ยกเว้นในกรณีที่ทีมบุก มีโอกาสทำประตูแบบชัดเจน และผู้ตัดสินยังไม่เริ่มดำเนินการลงโทษ สามารถเล่นต่อได้ทันที ส่วนผู้ตัดสินสามารถย้อนมาลงโทษหลังเกมหยุดได้

หากทีมบุกปฏิเสธที่จะเล่นต่อ ผู้ตัดสินต้องคาดโทษผู้เล่นในทันที

– หากผู้เล่นส่งบอลเข้าประตู และแสดงออกท่าดีใจที่อันตราย หรือสร้างภาพลักษณ์เชิงลบให้กับเกมฟุตบอล ผู้ตัดสินสามารถคาดโทษได้ทันที ไม่ว่าลูกบอลที่เข้าประตู จะถูกตัดสินให้เป็นประตูหรือไม่ก็ตาม

– หากผู้เล่นทำแฮนด์บอล เพื่อปกป้องการเสียประตู หรือจังหวะชัดเจน ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียประตู ผู้เล่นคนนั้นต้องถูกไล่ออกสถานเดียว

– ผู้เล่นหรือทีมงาน สามารถถูกกล่าวตักเตือน หากปฏิบัติพฤติกรรมดังต่อไปนี้: แสดงพฤติกรรมที่ไม่มีความเคารพ หรือมารยาทในสนามแข่ง, ไม่เชื่อฟังคำกล่าวของทีมงานผู้ตัดสิน, แสดงอาการไม่เห็นด้วยกับการตัดสิน ของผู้ตัดสิน, ออกจากเขตเทคนิค โดยไม่ได้รับอนุญาติ

– ผู้เล่นหรือทีมงาน สามารถถูกคาดโทษ (แจกใบเหลือง) หากปฏิบัติพฤติกรรมดังต่อไปนี้: แสดงพฤติกรรมที่แสดงถึงการไม่เคารพผู้ตัดสิน อย่างชัดเจนในพื้นที่เขตเทคนิค, ตั้งใจถ่วงเวลาการแข่งขัน, เข้าในเขตเทคนิคของทีมคู่แข่ง, โยนหรือเตะขวดน้ำ, ทำพฤติกรรมล้อเลียนผู้ตัดสิน เช่น การปรบมือ, เข้าไปในเขตรีวิวของผู้ตัดสิน, กดดันให้ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองหรือใบแดง, กดดันให้ผู้ตัดสินดู VAR, แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หรือไม่เคารพต่อเกมการแข่งขัน

– ผู้เล่นหรือทีมงาน สามารถถูกไล่ออก (แจกใบแดง) หากปฏิบัติพฤติกรรมดังต่อไปนี้: ตั้งใจถ่วงเวลา ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามทำเกมบุก ด้วยวิธีการเตะบอลทิ้ง หรือไม่คืนลูกบอล, เดินออกจากเขตเทคนิค เพื่อแสดงพฤติกรรมไม่มีมารยาท หรือต่อว่าทีมงานผู้ตัดสิน, เข้าในเขตเทคนิคของฝ่ายตรงข้าม เพื่อท้าทาย หรือแสดงพฤติกรรมที่ก้าวร้าว, เขวี้ยงหรือเตะสิ่งของลงสนาม, เดินลงสนามเพื่อท้าทายผู้ตัดสิน, เดินลงสนามเพื่อขัดขวางการเล่น, แสดงพฤติกรรมก้าวร้าว เช่นการกัด หรือการถ่มน้ำลาย ใส่ผู้เกี่ยวข้องในเกมการแข่งขัน, ได้รับใบเหลืองใบที่ 2, แสดงพฤติกรรมที่รุนแรงเกินความจำเป็น ในการเข้าปะทะ

– หากผู้เล่นตั้งใจเตะ หรือเขวี้ยงสิ่งของใดก็ตาม ใส่ผู้เล่นหรือทีมงานของฝ่ายตรงข้าม ต้องเสียฟรีคิกให้ทีมฝ่ายตรงข้าม

 

กติกาข้อ 13: การเตะโทษ (การยิงฟรีคิก)

– ฟรีคิกสองจังหวะ ไม่สามารถเป็นประตูได้โดยตรง ต้องมีการสัมผัสตัวของผู้เล่นคนอื่น ถึงจะนับว่าเป็นประคู

– หากผู้เล่นเดินออกสนาม โดยไม่ได้รับอนุญาต จะเสียฟรีคิกให้กับฝ่ายตรงข้าม

– การเตะฟรีคิกของผู้เล่นในกรอบเขตโทษของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเตะให้ออกจากกรอบเขตโทษอีกต่อไป

– หากมีการตั้งกำแพงป้องกันลูกฟรีคิก อย่างน้อย 3 คน ผู้เล่นทีมรุกต้องอยู่ห่างจากกำแพงอย่างน้อย 1 เมตร (1 หลา) ห้ามยืนคั่นอยู่ในกำแพง หากไม่ปฏิบัติตาม จะเสียฟรีคิกสองจังหวะ ณ จุดตั้งของกำแพง

– หากผู้เล่นทีมรุกสัมผัสบอล ขณะที่ผู้เล่นทีมรับกำลังจะเตะฟรีคิก ในกรอบเขตโทษของตัวเอง ให้เริ่มเตะฟรีคิกลูกนั้นใหม่อีกครั้ง

กติกาข้อ 14: การเตะโทษ ณ จุดโทษ

– เมื่อมีการยิงจุดโทษ ขาอย่างน้อยหนึ่งข้างของผู้รักษาประตู ต้องยืนอยู่บนเส้นปากประตู

– หากผู้ตัดสินเป่าให้สัญญาณยิงลูกจุดโทษ ผู้เล่นต้องยิงจุดโทษในทันที หากไม่ปฏิบัติตาม ผู้ตัดสินสามารถลงโทษได้

– หากผู้ยิงจุดโทษ สัมผัสลูกฟุตบอลติดต่อกัน ก่อนที่ลูกบอลจะสัมผัสผู้เล่นคนอื่น จะเสียฟรีคิกให้ฝ่ายตรงข้าม

 

กติกาข้อ 15: การทุ่ม

– นักฟุตบอลทั้งสองฝ่าย ต้องยืนห่างจากเส้นขอบสนาม เป็นระยะทาง 2 เมตร (2 หลา) ในขณะที่มีการทุ่ม

กติกาข้อ 16: การเตะจากประตู

– หากการเตะจากประตู ลูกบอลมีการขยับ เคลื่อนไหว ที่ชัดเจน ให้ถือว่าเกมเริ่มในทันที โดยที่บอลไม่จำเป็นต้องออกจากรอบเขตโทษ อีกต่อไป

– หากมีการเตะจากประตู แล้วผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามยังอยู่ในกรอบเขตโทษ เพราะไม่มีเวลาให้ออกจากกรอบเขตโทษ ให้เริ่มดำเนินเกมต่อได้ทันที

หากผู้เล่นคนนั้น ขัดขวางการเล่นของผู้รักษาประตู ให้ผู้รักษาประตูเล่นลูกตั้งเตะจากประตูใหม่อีกครั้ง

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล

Source : FA THAILAND , ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง

Picture : สารานุกรมฟุตบอลไทย